Creativity สร้าง Data เข้าถึงใจ
ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม

2 JUNE 2018

158 k

SHARE

หลายแคมเปญทำให้คลิปนี้ได้ยอดวิว 10 ล้านวิว คอนเทนต์ชิ้นนี้มีคนกดไลค์หลายหมื่น มีคอมเมนต์เยอะแยะ แชร์อีกมากมาย คำถามที่หลายคนสงสัยและ SpringboardGun ก็เช่นกันว่า จะเอายอด Engagement พวกนี้ไปทำอะไร เพราะยอดขายก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น
เพราะSpringboardGun ตกผลึกจากประสบการณ์จากครีเอทีฟเอเจนซี CJ WORX ที่เน้นเรื่องอินไซต์ของกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้ความครีเอทีฟ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวเชื่อมโยงให้ผู้บริโภคเปิดใจรับสารที่เราสื่อสาร ก่อนต่อยอด ให้ได้ Data และนำไปสร้างยอดขายได้

ความแตกต่างของการใช้ครีเอทีฟ นำพาซึ่ง Data ให้ได้ยอดขาย ซึ่งแตกต่างจากการใช้ Tool เพื่อสร้างยอดขาย เพราะแค่มีเงินมีงบประมาณ ก็หา Tool ที่ชาญฉลาดเท่าไหร่ก็ได้ แต่ความครีเอทีฟเป็นเรื่องเฉพาะ คนที่หาซื้อไม่ได้

ใครๆก็พูดถึง Big Data แล้วมันคืออะไร และ Creativity จะนำพา Data มาได้อย่างไร....
เดิมที่ยุคหนึ่งที่แข่งกันทำเว็บไซต์ ถัดมาเป็นยุคที่ทุกอย่างอยู่บนโซเชียลเน็ตเวิร์ค ก่อนหน้านี้ไม่นานเป็นยุคของไวรอลวิดีโอ และขณะนี้ที่ต่างประเทศเน้นเรื่อง Big Data กว่าจะเป็น ก็ต้องเป็น Data ก่อน ซึ่งเจ้าข้อมูลคือ ข้อมูลต่างๆของผู้บริโภคที่มี ความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นไปอีก จากเดิมที่มีการเก็บข้อมูล ชื่อ นามสกุล อายุ เพศ เบอร์โทร ที่อยู่ อีเมล แต่ปัจจุบัน Data ที่พูดถึงนี่คือ Micro Behavior

Micro Behavior ก็คือ พฤติกรรม ความชอบที่เป็นเรื่องเฉพาะด้านของกลุ่มคนเฉพาะกลุ่ม อย่างเช่น คนกลุ่มนี้ชอบดูคลิปอะไร กดไลค์คอนเทนต์เนื้อหาออะไร คอมเมนต์แนวไหน แชร์คอนเทนต์อะไร ข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเป็นขุมทรัพย์ทางธุรกิจในการทำการตลาดบนโลกดิจิทัล ที่นำมาสู่ยอดขายในอนาคต

แม้ว่า Toolดีๆ มีมากมายถ้ามีงบประมาณก็จริงในการเก็บข้อมูลเหล่านี้ แต่ท้ายสุดก็ต้องอาศัยความ Creativity ชนิดที่เงินซื้อไม่ได้

ในการสร้างสรรค์สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายของเราชอบที่สุด เช่น เป็นผลิตภัณฑ์ความสุขภาพ การสื่อสาร สำหรับกลุ่มหญิงโสดที่เคยมาดูคลิปของเรา จะใช้ภาพและข้อความอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษาที่มาคอมเมนต์ในคลิปของแบรนด์ อาจจะต้องใช้ภาพและข้อความในอีกรูปแบบหนึ่ง

เห็นได้ว่าแต่ละกลุ่ม ก็ต้องอาศัยความครีเอทีฟการสื่อสารที่ส่งออกไปให้มีความเฉพาะมากขึ้นไปอีก อย่างกลุ่มหญิงโสดช่วงอายุนี้อาจชอบภาพและข้อความลักษณะนี้ แต่หญิงโสดวัยกลางคนอาจชอบอีกแบบหนึ่ง ฯลฯ ทั้งหมดล้วนต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสารทั้งสิ้น ซึ่งTool ที่ไม่ใช่คนก็ไม่สามารถทำได้

การสื่อสารที่แข็งแรง มาจากการคิดสร้างสรรค์ที่แข็งแรงพอจะให้กลุ่มเป้าหมายเปิดใจ และมีโอกาสเป็นกลุ่มเป้าหมายในการซื้อ (Potential Target) ในอนาคตได้ ทำให้ Key Message ซึ่งเป็นแก่นที่สำคัญ ในการสื่อสาร ที่มีเพียงหนึ่งเดียวอาจไม่มีอีกต่อไป แต่จะมี Trigger Message ที่เป็นการสื่อสารที่โดนใจหลายๆ ข้อความสื่อสารกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม

โดยการสื่อสารเหล่านั้นก็ต้องอาศัยความครีเอทีฟสร้างสรรค์ในการพิชิตใจกลุ่มเป้าหมายให้ได้นั่นเอง ดังนั้นจุดเริ่มต้นของSpringboardGun คือ การใช้ความ Creativity คิดจาก Big Idea จากนั้นถึงค่อยคิดถึงช่องทางในการสื่อสาร เติมความครีเอทของข้อความที่สื่อสารตามแต่ละช่องทาง โดยไม่เหมือนคนอื่นที่คิดจากช่องทางสื่อสารก่อน อาทิ เฟซบุ๊กจะทำอะไร อินสตราแกรมจะทำอะไร เมื่อไม่ได้เกิดจากบิ๊กไอเดียเดียวกัน คอนเซปทั้งหมด จุดนี้คือจุดแข็งของเรา

เพราะเราเชื่อว่า ถ้าได้ Data ที่ไม่ดีนำสู่ตรรกะที่ไม่ดี ก็เป็นจุดกำเนิดของการเรียนรู้ที่ไม่ดี เพราะCJ WORX และ SpringboardGun เห็นว่า Conversation เป็นหัวใจของการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง แต่งานทุกชิ้นก็ต้องใช้ความครีเอทีฟที่ต้องอินไซต์มากๆถึงจะได้Data ที่ดี และเมื่อมี Data ที่ดี รู้จักกลุ่มเป้าหมายเราเป็นอย่างดี ธุรกิจก็ถือว่ามีขุมทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล ที่สามารถนำไป
สร้างยอดขายได้ไม่ยากเย็น

SHARE

RELATED
BLOG